“นักรบที่มีจำกัด”

 

สถานการณ์โควิด-19 คร่าชีวิตคนไทยแล้วจาก 1 เป็น 2…….ตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พอๆ กับสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวัน ฟังแล้วดูน่าใจหาย หดหู่ และสิ้นหวัง แต่ทั้งนี้ในยามวิกฤติย่อมมีโอกาส คนไทยน่าจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อีกหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหันมาดูแล ใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้นและไม่ประมาทต่อศัตรูที่มาเยือนอย่างไม่ทันได้เตรียมตัว

การมาเยือนของศัตรูในครั้งนี้นอกจากคนไทยแล้ว เราต้องยอมรับว่า นักรบที่ต่อสู้มีจำนวนจำกัด นักรบที่นี้ก็คือบุคลากรทางการแพทย์ของไทยนั่นเอง หลายคนอาจจะเถียงว่าจำกัดตรงไหน ? ต้องยอมรับกันว่าหลายปีมานี้เด็กรุ่นใหม่หันไปให้ความสำคัญกับอาชีพที่ค่าตอบแทนสูงและใช้เวลาอันรวดเร็วในการได้มาซึ่ง “รายได้” ที่งดงาม แน่นอนว่าวิชาทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยความอดทน และใช้เวลาในการร่ำเรียนนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับเด็กรุ่นใหม่ ประเทศไทยมีบุคลากรที่เป็นแพทย์ทั่วประเทศอยู่ประมาณ 38,000 คน พยาบาลวิชาชีพมีอยู่ประมาณ 170,000 คน (สถิติจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทรัพยากรสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข) ไม่รวมกับบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่นๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับประชากรไทยทั้งหมดถือว่ามีสัดส่วนน้อยมาก อีกทั้งอาวุธ ยุทโธปกรณ์หรือเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ของเรานั้นก็ยังขาดแคลนอยู่ ยังไม่นับรวมถึงอาวุธพิเศษในการค้นหาศัตรูไม่ว่าจะเป็นน้ำยาทดสอบ ยาต้านไวรัส หรือวัคซีนที่เป็นเรื่องของการที่เราต้องใช้งบประมาณในการจัดหา

การสร้างและการเตรียมความพร้อมของนักรบเสื้อขาวถือว่ามีความสำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศไทยหลังจากสถานการณ์โควิด-19 สิ่งที่สังคมของเราต้องทบทวนและสรรหางบประมาณในการสร้างนักรบที่มีความรู้ ความสามารถให้มากขึ้นและมีสัดส่วนที่สมดุลกับนักรบประเภทอื่นๆ เพื่อที่เราจะได้รับมือกับสงครามทั้งทางกายภาพและชีวภาพ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของสังคมไทยและทุกคนต้องช่วยกัน ขณะเดียวกันการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขอนามัยของตนเองมากขึ้น ดูแลตัวเอง ป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคอีกสารพัดที่เราไม่มีวันรู้ได้ว่าเมื่อไหร่ ?  และนอกจากนี้ยังช่วยให้นักรบที่เรามีอยู่จำกัดนั้นไม่ทำงานหนักจนเกินไป เพราะหากไม่มีนักรบเสื้อขาวแล้วเราจะอยู่กันอย่างไร ?